การเลือกขนาดระบบโซลาร์ที่ไม่เหมาะสมคือความผิดพลาดที่แพงที่สุด ระบบเล็กเกินไปประหยัดค่าไฟได้น้อย ระบบใหญ่เกินไปจ่ายเงินฟรี บทความนี้ช่วยให้คุณหาขนาดที่ "พอดี" ได้อย่างแม่นยำ
วิธีที่ 1: คำนวณจากค่าไฟ (ง่ายที่สุด)
วิธีที่เร็วที่สุดคือดูจากค่าไฟเฉลี่ยต่อเดือน แล้วใช้สูตรนี้:
สำหรับกรุงเทพฯ (5.5 ชม.แดด): kW = ค่าไฟ ÷ 554
ตัวอย่าง: ค่าไฟ 3,000 บาท/เดือน → ต้องการ 3,000 ÷ 554 ≈ 5.4 kW → เลือก 5 kW
| ค่าไฟเฉลี่ย/เดือน | ขนาดที่แนะนำ | ประหยัดได้ | ราคาโดยประมาณ |
|---|---|---|---|
| 1,000–2,000 ฿ | 3 kW | ~1,400 ฿/เดือน | 85,000 ฿ |
| 2,000–4,500 ฿ | 5 kW | ~2,700 ฿/เดือน | 130,000 ฿ |
| 4,500–9,000 ฿ | 10 kW | ~5,500 ฿/เดือน | 240,000 ฿ |
| มากกว่า 9,000 ฿ | 15 kW+ | ~8,000+ ฿/เดือน | ติดต่อสอบถาม |
วิธีที่ 2: คำนวณจากพื้นที่หลังคา
แผงโซลาร์แต่ละแผ่น (500W) ต้องการพื้นที่ประมาณ 2.0–2.2 ตร.ม. โดยพื้นที่ที่ใช้ได้จริงขึ้นอยู่กับทรงหลังคา:
| ทรงหลังคา | % ที่ใช้ได้ | หลังคา 80 ตร.ม. | kW สูงสุด |
|---|---|---|---|
| เรียบ (Flat) | 85% | 68 ตร.ม. | ~15 kW |
| จั่ว (Gable) | 70% | 56 ตร.ม. | ~12 kW |
| ปั้นหยา (Hip) | 55% | 44 ตร.ม. | ~9 kW |
ใช้วิธีที่ 2 เป็นตัวตรวจสอบว่าหลังคามีพื้นที่รองรับขนาดที่คำนวณจากวิธีที่ 1 ได้หรือไม่
ปัจจัยอื่นที่มีผลต่อประสิทธิภาพ
ทิศทางหลังคา
- หน้าใต้ (South) — ดีที่สุดในซีกโลกเหนือ ผลิตไฟสูงสุด
- หน้าตะวันออก-ตก — ผลิตได้ประมาณ 85–90% ของหน้าใต้
- หน้าเหนือ — ไม่แนะนำ ประสิทธิภาพลดลงมาก
เงาจากสิ่งกีดขวาง
ต้นไม้ อาคารข้างเคียง หรือถังน้ำบนหลังคา แม้บังเงาเพียง 10% ก็อาจทำให้ประสิทธิภาพทั้งแถวลดลงได้ถึง 30–50% ถ้ายังไม่ได้ใช้ Microinverter หรือ Power Optimizer
ความชันหลังคา
ความชัน 15–35 องศา เหมาะที่สุดสำหรับประเทศไทย หลังคาชันเกินไปหรือราบเกินไปอาจลดประสิทธิภาพ 5–10%
เหตุผลที่ควร Survey ก่อนตัดสินใจ
การคำนวณจากสูตรเป็นแค่จุดเริ่มต้น การ Survey หน้างานโดยวิศวกรจะบอกได้ว่า:
- หลังคารับน้ำหนักได้เท่าไหร่ (แผงหนักประมาณ 11–13 กก./ตร.ม.)
- ตำแหน่งเดินสายที่สั้นและปลอดภัยที่สุด
- ตำแหน่งติดตั้งอินเวอร์เตอร์ที่ระบายอากาศได้ดี
- ปัญหาจากเงาที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า